เจ้าของธุรกิจที่มีหลายสาขาหรือเดินทางบ่อย มักเจอปัญหาเดียวกันคือ ไม่สามารถดูแลความปลอดภัยหรือตรวจสอบการทำงานของแต่ละสาขาได้แบบเรียลไทม์ ต้องรอให้เกิดเหตุแล้วค่อยขอภาพย้อนหลังจากพนักงานหน้างาน ซึ่งบ่อยครั้งกว่าจะรู้ปัญหาก็สายเกินไป นี่คือเหตุผลที่ระบบกล้องวงจรปิดแบบเชื่อมต่อ Cloud กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ประโยชน์หลักของระบบกล้องวงจรปิดเชื่อมต่อ Cloud
- ดูภาพสดและย้อนหลังได้จากทุกที่ ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือหรือคอมพิวเตอร์ โดยไม่ต้องอยู่หน้าจอ NVR ที่สถานที่จริง เหมาะกับเจ้าของธุรกิจที่ต้องเดินทางบ่อยหรือมีหลายสาขา
- บริหารจัดการหลายสาขาในหน้าจอเดียว ระบบ VMS (Video Management System) แบบ Cloud ช่วยให้ดูภาพจากทุกสาขาพร้อมกันได้จากศูนย์กลาง ลดความยุ่งยากในการสลับเข้าระบบทีละสาขา
- ลดความเสี่ยงข้อมูลสูญหาย หากมีการโจรกรรมอุปกรณ์ NVR ที่หน้างาน ภาพที่สำรองไว้บน Cloud จะยังคงอยู่ ต่างจากระบบเก็บภาพในเครื่องเพียงอย่างเดียวที่จะสูญเสียหลักฐานทั้งหมดหากอุปกรณ์ถูกขโมยไปพร้อมกัน
- แจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อพบความผิดปกติ เช่น การตรวจจับความเคลื่อนไหวในช่วงเวลาที่ไม่ควรมีคน หรือการบุกรุกพื้นที่หวงห้าม ช่วยให้ตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้ทันเวลามากขึ้น
- ลดภาระการดูแลระบบด้วยตนเอง ผู้ให้บริการ Cloud มักดูแลเรื่องการอัปเดตซอฟต์แวร์และความปลอดภัยพื้นฐานให้ ลดภาระของทีมไอทีภายในองค์กร
ข้อควรพิจารณาก่อนเปลี่ยนมาใช้ระบบ Cloud
แม้ระบบ Cloud CCTV จะสะดวก แต่ธุรกิจควรพิจารณาเรื่อง Bandwidth อินเทอร์เน็ตที่เพียงพอต่อการอัปโหลดภาพความละเอียดสูงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงนโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูลภาพตามกฎหมาย PDPA เนื่องจากภาพจากกล้องวงจรปิดถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องมีมาตรการจัดเก็บและเข้าถึงที่รัดกุม โดยเฉพาะเมื่อจัดเก็บบน Cloud ที่ต้องมั่นใจว่าผู้ให้บริการมีมาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม
ทางเลือกแบบ Hybrid ก็เป็นไปได้
สำหรับธุรกิจที่กังวลเรื่องต้นทุน Bandwidth หรือความปลอดภัยของข้อมูล การใช้ระบบแบบ Hybrid คือเก็บภาพหลักไว้ที่ NVR หน้างาน และสำรองเฉพาะช่วงที่ตรวจพบความเคลื่อนไหวขึ้น Cloud เป็นทางเลือกที่สมดุลระหว่างต้นทุนและความปลอดภัยของข้อมูล
HTI ให้บริการออกแบบและติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดที่เชื่อมต่อ Cloud สำหรับธุรกิจที่มีหลายสาขา พร้อมให้คำปรึกษาด้านการจัดการข้อมูลภาพให้สอดคล้องกับ PDPA